ออกลุย! “ช้างศึก” เคลื่อนทัพสู่อินโดนีเซียชี้ชะตาแชมป์นัดแรก

ออกลุย! "ช้างศึก" เคลื่อนทัพสู่อินโดนีเซียชี้ชะตาแชมป์นัดแรก

“ช้างศึก” ทีมชาติไทยชุดใหญ่ รวมตัวกันที่ที่ท่าอากาศยาน นานาชาติสุวรรณภูมิ เมื่อเวลา 08.20 น. เพื่อเตรียมตัวออกเดินทางไปยังกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อเตรียมแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน 2016 รอบชิงชนะเลิศ นัดแรก พบกับ ทีมชาติอินโดนีเซีย

โดย เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอน กล่าวว่า “อย่างที่บอกไปว่าการเจออินโดในบ้านเป็นงานยากพอสมควร แต่ก็บอกน้องๆว่าถ้าสมมุติว่าถ้าไม่มีการเล่นเหย้า เยือน ถ้าไปชิงที่บ้านเขาเลยต้องทำอย่างไร ฉะนั้นเป้าหมายของเราต้องการชัยชนะนั่นคือสิ่งที่เราต้องการ ซึ่งทุกคนต้องมีสมาธิ ควบคุมอารมณ์เพราะเกมอาจต้องหนักแน่นอน”

“สภาพทีมตอนนี้โดยรวมถือว่าสมบูรณ์ อาจมีบางคนที่ยังเจ็บเล็กๆน้อยๆ แต่คิดว่าเมื่อถึงวันแข่งน่าจะพร้อมร้อยเปอร์เซนต์”

“เรื่องที่เขาไม่ได้ใช้สนามเสนายันต์ จริงๆแล้วถ้าเล่นที่นั่นก็เป็นบรรยากาศที่ดีอีกแบบหนึ่ง จุคนได้ประมาณแสนสาม ตอนที่เล่นซีเกมส์เข้าไปเต็มที่ก็ถึงแสนห้า แต่สนามใหม่จุเต็มที่ประมาณ 3-4 หมื่น ก็ถือเป็นบรรยากาศที่ดีเช่นกันที่น้องๆจะได้สัมผัส”

“ในรุ่นอื่นๆไม่รู้ว่าใครแพ้ใครตกรอบแต่รุ่นพี่โก้ ไม่เคยแพ้อินโด ทุกครั้งที่ไปชนะตลอด ไม่มีอะไรต้องกลัว ส่วนเรื่องใบเหลืองใบแดงเป็นเรื่องควบคุมอารมณ์ของแต่ละคน ซึ่งการไปเล่นนอกบ้านอย่าพยายามเข้าบอลให้เข้าทางคู่ต่อสู้ เราก้าวมาเล่นในระดับเอเชียแล้วต้องเอาข้อผิดพลาดต่างๆมาแก้ไข ซึ่งเรื่องนี้ทุกคนทำความเข้าใจกันแล้ว”

ทั้งนี้หลังจาก ทีมชาติไทย เดินทางถึงกรุงจาการ์ตา จะเดินทางต่อไปยังเมืองโบกอร์ เพื่อเตรียมแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน 2016 รอบชิงชนะเลิศ นัดแรก พบกับ ทีมชาติอินโดนีเซีย วันที่ 14 ธันวาคมนี้ ที่สนาม ปากันซารี สเตเดี้ยม

“นายกต่อย” ตั้งเป้า 3 ทองพาราที่ญี่ปุ่น ประเดิมจัดบอคเซียชิงแชมป์ประเทศไทย หานักกีฬาดาวรุ่ง

"นายกต่อย" ตั้งเป้า 3 ทองพาราที่ญี่ปุ่น ประเดิมจัดบอคเซียชิงแชมป์ประเทศไทย หานักกีฬาดาวรุ่ง

“นายกต่อย” ร้อยตรี ณัยณพ ภิรมย์ภักดี นายกสมาคมกีฬาคนพิการทางสมองแห่งประเทศไทย เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาบอคเซีย ชิงแชมป์ประเทศไทย ประจำปี 2559 ที่ศูนย์ฝึกกีฬาคนพิการแห่งชาติ จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีเหล่านักกีฬาบอคเซียชั้นนำของประเทศไทยร่วมเป็นเกียรติในพิธีอย่างพร้อมเพรียง ระหว่างวันที่ 9-11 ธ.ค.นี้

ด้านการแข่งขันรายการนี้ทางสมาคมกีฬาคนพิการทางสมองแห่งประเทศไทย ได้มีการจัดการชิงชัยในประเภทบุคคล 4 อีเว้นต์ คือ ประเภท บีซี 1, บีซี 2 , บีซี 3 และ บีซี 4 โดยมีนักกีฬาบอคเซียระดับแถวหน้าของเมืองไทยเข้าร่วมการแข่งขันอย่างคับคั่งรวมกว่า 50 คน นำโดย วัชรพล วงษา ฮีโร่ 2 เหรียญทองพาราลิมปิกเกมส์ 2016, พัทธยา เทศทอง, พรโชค ลาภเย็น, สุบิน ทิพย์มณี ฯลฯ

“นายกต่อย” ร้อยตรี ณัยณพ ภิรมย์ภักดี ประมุขกีฬาคนพิการทางสมองไทย เปิดเผยว่า การแข่งขันบอคเซียชิงแชมป์ประเทศไทย เป็นการแข่งขันที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีเพื่อต้องการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาบอคเซียไทย รวมถึงเพื่อเปิดโอกาสให้นักกีฬาจากทั่วประเทศไทยได้มีโอกาสโชว์ศักภาพด้านการแข่งขันอย่างเต็มที่

ในปี้นี้เราตั้งเป้าใช้เวทีนี้เป็นการแข่งขันเพื่อเฟ้นหาดาวรุ่งฝีมือดีเพื่อเข้าเก็บตัวในแคมป์ฝึกซ้อมของทีมชาติไทย ในเป้าหมายระยะยาวของเราในการไปป้องกันเหรียญทอง ในพาราลิมปิกเกมส์ 2020 ที่ประเทศญี่ปุ่นไว้ให้ได้อีกครั้ง

“นอกจากนี้ยังหานักกีฬาเพื่อไปเข้าร่วมการแข่งขัน 2 รายการใหญ่ ที่เป็นการรายการเก็บสะสมคะแนนชิงตั๋วไปเข้าร่วมการแข่งขันในรายการชิงแชมป์โลก โดยรายการแรกเป็นการแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย-โอเชียเนีย เดือนเมษายน และ เวิลด์ โอเพ่น 2017 ที่สเปน ในช่วงเดือนกรกฏาคม ซึ่งเราทั้งสองรายการนี้เราถือเป็นรายการใหญ่ที่มีคะแนนสะสมสูง และทั้งสองรายการดังกล่าว นักกีฬาไทยเป็นแชมป์เก่าในประเภทบีซี 1-2 ซึ่งทำให้เราอย่างไปป้องกันแชมป์ไว้ให้ได้อีกสมัย” ประมุขกีฬาคนพิการทางสมองไทย กล่าวปิดท้าย

ปส.-กรมศุลฯจับ2โบลิเวียขนโคเคนผ่านไทยไปกัมพูชา

ปส.-กรมศุลฯจับ2โบลิเวียขนโคเคนผ่านไทยไปกัมพูชา

รรท.ผบช.ปส. พร้อมเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรจับกุม 2 ผู้ต้องหาชาวโบลีเวียขนโคเคนซุกกระเป๋าเดินทางจากไทยไปกัมพูชา

พล.ต.ต.สมหมาย กองวิสัยสุข รรท.ผบช.ปส. และเจ้าหน้าที่ศุลกากรร่วมจับกุมผู้โดยสาร ชาวโบลีเวีย 2 ราย คือ Mrs. Nancy Arancibia Caseres (นางสาวแนนซี่ อรันซีเบีย) อายุ 41 ปี ถือหนังสือเดินทางโบลีเวียเลขที่ A736048 อายุ พบของกลางยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 2 (โคเคน) น้ำหนักรวมสิงห่อหุ้มประมาณ 2,600 กรัม ซุกซ่อนในกระเป๋าเดินทาง เเละ Mr. Enrique Antonio Reque (นาย เอนริค แอนโทนิโอ) อายุ 39 ปี ถือหนังสือเดินทางโบลีเวียหมายเลข A784476 พบของกลางยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 2 (โคเคน) น้ำหนักรวมสิ่งห้อหุ้มประมาณ 2,400 กรัม ซุกซ่อนในกระเป๋าเดินทางรวมน้ำหนัก โคเคน 5 กก.เดินทางเส้นทาง เซาเปาโล (บราซิล) – โรเม่ (โตโก) – แอดดิส อาบาบา (เอธิโอเปีย)- ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ – ปลายทาง เสียมเรียบ (กัมพูชา)

โดยเจ้าหน้าที่ศุลกากรทำการเอ็กซเรย์กระเป๋าเดินทางทั้งสองใบ ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พบสิ่งผิดปกติเชื่อว่าภายในกระเป๋ามียาเสพติดซุกซ่อนอยู่ จึงได้ตรวจค้นกระเป๋าเดินทางต่อหน้าผู้ต้องสงสัย จากการตรวจค้นพบยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 2 (โคเคน) ซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าเดินทางทั้งสองใบ จึงได้นำผู้ต้องหาพร้อมกระเป๋าเดินทางมาตรวจค้น

ซึ่งการจับกุมในครั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจค้นจับกุมได้เมื่อวันที่ 9 ธันวาคมที่ผ่านมา เเต่ไม่สามารถดำเนินการขยายผลได้ เนื่องจากครั้งนี้ใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน และที่หมายของการส่งยาเสพติดคือประเทศกัมพูชา (เสียมเรียบ) จึงได้ควบคุมตัวทั้งสองพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

คลั่งหึงโหด! ขับกระบะไล่ชนเก๋งเพื่อนชายแฟนสาว ตกถนนพังยับเยิน

หนุ่มคลั่งหึงโหดขับรถกระบะไล่ชนเก๋งเพื่อนชายแฟนสาว ทำผู้ใช้เส้นทางหวาดผวาโทรแจ้ง 191 ก่อนพุ่งเฉี่ยวเข้ากับด้านข้างรถบรรทุกหกล้อ และเบียดปาดหน้ากันจนม้วนกลิ้งตกถนนลงไปหลายตลบ สุดท้ายตัวรถพังยับเยินเสียหายแหลกไปทั้ง 2 คัน

คลั่งหึงโหด! ขับกระบะไล่ชนเก๋งเพื่อนชายแฟนสาว ตกถนนพังยับเยิน

ศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 ตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งเกิดเหตุมีรถ 2 คัน คือ รถยนต์เก๋งสีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน กจ-6319 ฉะเชิงเทรา ถูกรถกระบะสีดำ หมายเลขทะเบียน บร-1562 ฉะเชิงเทรา พยายามไล่ชนและปาดหน้า ไปตามเส้นทางถนนสาย 3200 ฉะเชิงเทรา-บางน้ำเปรี้ยว และมีการใช้อาวุธปืนไล่ยิงกันบนท้องถนน สร้างความหวาดเสียวให้แก่ประชาชนผู้ใช้เส้นทางน หลังรับแจ้งจึงได้วิทยุแจ้งไปยัง สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ให้นำกำลังไประงับเหตุดังกล่าว

ต่อมา ร.ต.อ.เกษม เสนาประโคน รองสารวัตรสอบสวนเวร สภ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา ได้แจ้งมีรถยนต์ประสบอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกันพุ่งตกถนนจำนวน 2 คัน ที่บริเวณด้านหน้าโรงเรียนสิทธิสุนทรอุทิศ พื้นที่ ม.9 ต.โพรงอากาศ อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา จึงเดินทางไปสอบสวนยังในที่เกิดเหตุ พร้อมนำกำลัง จนท.สายตรวจประจำตำบลโพรงอากาศ และชุดปราบปรามพิเศษ สภ.บางน้ำเปรี้ยว

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋งยี่ห้อนิสสัน สีบรอนซ์ จอดในลักษณะขวางลำอยู่ด้านข้างขอบไหล่ถนน ด้านหน้าตกลงไปยังภายในคูข้างทาง สภาพตัวรถพังทั้งคัน มีนายขวัญชัย อายุ 26 ปี เป็นคนขับ ได้รับบาดเจ็บตามร่างกายเพียงเล็กน้อย

ห่างกันประมาณ 20 เมตร พบรถกระบะคันสีดำ ยี่ห้อโตโยต้า พุ่งตกลงไปยังภายในป่าละเมาะข้างทาง สภาพด้านหน้า และด้านหลังทางซ้ายพังยับเยิน มีนายกิตติชัย อายุ 28 ปี เป็นคนขับ ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเช่นเดียวกัน หลังเจ้าหน้าที่ทำการตรวจค้นภายในรถทั้งสองคัน ไม่พบอาวุธปืนแต่อย่างใด

สอบสวนนายขวัญชัย ให้การว่า ถูก น.ส.ปาริฉัตร อายุ 26 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนได้ไหว้วานให้ไปรับ เพื่อที่จะพาน้องสาวกลับบ้าน โดยจะให้ไปส่งยังในเขตพื้นที่ อ.บางน้ำเปรี้ยว แต่ระหว่างทางได้แวะนั่งดื่มกาแฟสดที่ร้านต้นหว้า บริเวณเยื้องด้านหน้าที่ทำการ อบต.บางขวัญ อ.เมืองฉะเชิงเทรา จนนายกิตติชัยขับรถติดตามมาพบ จึงได้ตรงเข้ามาก่อเหตุทะเลาะวิวาท

ก่อนที่พวกตนจะพากันขึ้นรถและขับหลบหนีไปตามเส้นทางมุ่งหน้า อ.บางน้ำเปรี้ยว เพื่อที่จะไปส่งยังที่บ้านของน้องสาว น.ส.ปาริฉัตร แต่ได้ถูกนายกิตติชัย ขับรถไล่ตามประกบ และพยายามขับพุ่งเข้าชนท้าย และขับปาดกระแทกด้านข้างตัวรถมาตลอดเส้นทาง ทำให้รถเสียหลักพลิกคว่ำจนร่างของ น.ส.ปาริฉัตร กระเด็นออกไปยังด้านนอกตัวรถ แต่โชคดีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บเป็นอะไรมากนัก นายขวัญชัยกล่าว

ขณะที่ น.ส.ปาริฉัตร ซึ่งได้กล่าวว่า รู้จักกับนายกิตติชัยมาเป็นเวลา 12 ปี ตั้งแต่ในสมัยยังเรียนหนังสือ แต่เพิ่งได้มาคบหาเป็นแฟนกันได้เพียง 1 ปี โดยนายกิตติชัยตบตีตนแทบทุกวัน จึงได้พยายามที่จะหาทางเลิกรา แต่นายกิตติชัย ไม่ยินยอม และได้ตามมาราวีก่อเหตุดังกล่าวขึ้น โดยที่ผ่านมานายกิตติชัยนั้นมีนิสัยนักเลง และชอบอาละวาด แม้กระทั่งมารดาของเขาเองก็ยังถูกนายกิตติชัยตบตี จนใบหน้าปูดบวมเขียวช้ำมาแล้ว ตนจึงได้พยาด้าน ร.ต.อ.เกษม กล่าวว่า ต้องรอสอบสวนพยานที่พบเห็นเหตุการณ์ก่อน โดยในเบื้องต้นได้รับแจ้งว่าเป็นอุบัติเหตุ และได้รับการประสานมาทางวิทยุว่า เป็นเหตุไล่ทำร้ายกันมาก่อน จึงต้องทำการควบคุมตัวไปสอบสวนยังที่ สภ.บางน้ำเปรี้ยวโดยละเอียด

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ได้มีรถยนต์ของผู้ใช้เส้นทางถูกเฉี่ยวชนได้รับความเสียหายที่ด้านท้ายรถ 1 คัน คือ รถยนต์บรรทุกหกล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว หมายเลขทะเบียน 82-5310 ชลบุรี มีนายสงวนศักดิ์ อายุ 37 ปี เป็นคนขับ ได้ถูกรถทั้งสองคันที่ไล่กวดกันมาเบียดชนที่ด้านท้ายรถทางด้านขวา จนตัวรถด้านท้ายได้รับความเสียหายไปด้วยยามที่จะหาทางเลิกรา

ลุ้นกันลั่นกลางร้านของชำ เจอ ตร.ปลอมตัวเป็นลูกค้า บุกรวบ 15 นักพนันไฮโล

ลุ้นกันลั่นกลางร้านของชำ เจอ ตร.ปลอมตัวเป็นลูกค้า บุกรวบ 15 นักพนันไฮโล

ร.ต.อ.วินัย สนิทพันธ์ รองสวป.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ ร่วมกันจับกุมผู้ลักลอบเล่นการพนันไฮโล ได้นักพนัน 15 ราย พร้อมของกลางเป็นเงินสดจำนวนหนึ่ง ถ้วยไฮโล ฝาครอบพร้อมลูกเต๋า และแผ่นบอกแต้ม โดยจับกุมได้ภายในร้านขายของชำภายในซอย 54 สุขุมวิท หมู่ 12 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

ร.ต.อ.วินัย เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีการลักลอบเล่นการพนันไฮโลกันอย่างโจ่งแจ้งภายในร้านขายของชำ ที่ตั้งอยู่ภายในตลาดในซอยดังกล่าว จึงได้วางแผนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปลอมตัวไปในชุดนอกเครื่องแบบทำทีเข้าไปซื้อสิ้นค้า เมื่อเห็นนักพนันจำนวนมากกำลังส่งเสียงลุ้นกันอย่างสนุกสนาน จึงแสดงตัวเข้าจับกุมพร้อมส่งสัญญาณให้กำลังที่ปิดล้อมโดยรอบเข้าสมทบ

เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมตัวนักพนันไว้ได้ทั้งหมดเป็นชาย 14 และหญิง 1 รวมทั้งสิ้น 15 ราย พร้อมของกลางเป็นเงินสดและอุปกรณ์การเล่นไฮโล โดยมีนายบุญรุ่ง แสงกล้า อายุ 42 ปี ชาว จ.ระยอง รับเป็นเจ้ามือ และนางวันนา ประภาสัย อายุ 48 ปี รับเป็นเจ้าบ้าน ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ปิดล้อมบ่อนไฮโลตรงข้าม สน.ตลาดพลู รวบผีพนัน 39 ราย

ปิดล้อมบ่อนไฮโลตรงข้าม สน.ตลาดพลู รวบผีพนัน 39 ราย

ทหาร – ตำรวจ ปิดล้อมจับกุมนักพนัน 39 คน ลักลอบเล่นไฮโล ไพ่รัมมี่ ภายในโต๊ะสนุกเกอร์เก่าของสมาคมร่วมมิตรพัฒนาย่านตลาดพลู ธนบุรี

เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 8 ธ.ค. ร.ท.วิรัช สิทธา หัวหน้าชุดปฏิบัติการร้อย รส.ป.พัน.19 พร้อม พ.ต.ท.เอกพงษ์ พลูทอง รอง ผกก.ป.สน.ตลาดพลู นำกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร – ตำรวจ เข้าปิดล้อมตรวจค้นภายในโต๊ะสนุกเกอร์เก่าของสมาคมร่วมมิตรพัฒนา เลขที่ 42 ถนนวุฒากาศ แขวงตลาดพลู เขตธนบุรี หลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชน ว่า มีการเปิดลักลอบให้มีการเล่นการพนันไฮโล

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารชั้นเดียว เคยเป็นโต๊ะสนุกเกอร์เก่า ชื่อสมาคมร่วมมิตรพัฒนา เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงพบว่า ภายในแบ่งออกเป็น 2 ห้อง โดยห้องใหญ่พบนักพนันกำลังล้อมวงเล่นไฮโลกันอย่างหน้าดำคร่ำเครียด 1 โต๊ะ ส่วนอีกห้องแบ่งเล่นไพ่รัมมี่ 4 โต๊ะ เมื่อทั้งหมดเห็นเจ้าหน้าที่ก็พากันแตกฮือวิ่งหนีกันอลหม่าน แต่เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมนักพนันเอาไว้ได้ 39 คน แบ่งเป็นชาย 29 คน หญิง 10 คน พร้อมของกลางโต๊ะใช้เล่นไฮโล 1 โต๊ะ โต๊ะรัมมี่ 4 โต๊ะ ไพ่ 20 สำรับ อุปกรณ์การเล่นไฮโล 4 ชุด พร้อมลูกเต๋าจำนวนมาก เงินสด 4,220 บาท กล้องวงจรปิด 5 ตัว พร้อมเครื่องควบคุม 1 ตัว จอโทรทัศน์ 1 เครื่อง วิทยุสื่อสาร 1 ตัว

ร.ท.วิรัช กล่าวว่า การเข้าจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน ว่า มีการลักลอบเล่นการพนันไฮโลมาช่วงระยะเวลาหนึ่ง จึงวางแผนเข้าจับกุมประมาณ 2 สัปดาห์ โดยส่งเจ้าหน้าที่ทหารนอกเครื่องแบบลงมาตรวจสอบ พบว่า มีการลักลอบเล่นการพนันจริง จึงนำกำลังเข้าจับกุม โดยขณะจับกุมมีนักพนันหลบหนีไปได้ประมาณ 5 คน จากการสอบสวนเบื้องต้นยังไม่มีใครรับเป็นเจ้าบ้านหรือเจ้ามือแต่อย่างใด

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาร่วมกันลักลอบเล่นการพนัน (ไฮโล, ไพ่รัมมี่) พนันเอาทรัพย์สินกันโดยผิดกฎหมาย ก่อนนำตัวพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สน.ตลาดพลู ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เมื่อคู่ชิงฯ กลายเป็นคู่เปิดสนาม

เมื่อคู่ชิงฯ กลายเป็นคู่เปิดสนาม

ชัยชนะเหนือ เมียนมา ถล่มทะลาย 4-0 ในเกมฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน “เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016” รอบรองชนะเลิศ นัดที่สอง ส่งผลให้ “ทัพช้างศึก” ทีมชาติไทย เดินหน้าผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ไปพบกับ อินโดนีเซีย ที่ผ่านเข้าไปรออยู่ก่อนหน้านี้แล้ว

ซึ่งถือเป็นความสำเร็จอีกครั้งของเรา ที่สามารถทะลุเข้ามาถึงรอบชิงชนะเลิศได้เป็นสมัยที่ 8 จากทั้งหมด 11 ครั้งที่ผ่านมา แต่เป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงแค่นี้แน่นอน เพราะเหลืออีกเพียงแค่ 2 นัด เราก็จะก้าวขึ้นถึงตำแหน่งแชมป์อีกสมัย

แต่ลึกๆเชื่อเหลือเกินว่าแฟนบอลบ้านเราต่างผิดหวังไปตามๆกัน ที่ เวียดนาม คู่ปรับเบอร์หนึ่ง ไม่สามารถผ่านเข้ามาถึงรอบนี้ได้ เพราะด้วยกระแสความแรงของบรรดาแฟนบอลชาวเวียดนาม ที่แสดงความมั่นอกมั่นใจตั้งแต่ก่อนเริ่มทัวร์นาเมนต์ ประกาศจุดยืนชัดเจนว่าพร้อมแล้วที่จะคว่ำ “แชมป์เก่า” ทีมชาติไทย อีกครั้ง เหมือนที่เคยทำได้เมื่อปี 2008

ทำให้แฟนบอลชาวไทย อยากจะเห็นการเจอกันอีกครั้งเพื่อวัดกันไปเลย ว่าใครคือเจ้าอาเซียนตัวจริง แต่เอาเข้าจริง พวกเขากลับจอดป้ายเพียงแค่รอบรองฯ อีกครั้ง สร้างความผิดหวังไม่แต่เฉพาะแฟนบอลตัวเอง แต่ยังทำให้แฟนช้างศึกเซ็งตามไปด้วย ก่อนตามมาด้วยวลีเด็ด “เบี้ยวนัดตลอด”

อย่างไรก็ตามการเจอกับ อินโดนีเซีย คู่ปรับในรอบแบ่งกลุ่มที่เจอกันมาแล้วในเกมนัดเปิดสนาม ซึ่งกับเกมนั้น “ทัพช้างศึก” ของเราเป็นฝ่ายเดินหน้าเก็บชัยไปได้ 4-2 แต่รูปเกมต้องบอกว่าเปิดเกมแลกกันสนุกตื่นเต้น

การโคจรมาเจอกันอีกครั้งในรอบชิงชนะเลิศนี้ เชื่อเลยว่า อินโดนีเซีย มาเน้นเป็นพิเศษแน่นอน แถมพวกเขายังมีประสบการณ์การเจอกับเรามาแล้ว ทำให้รู้ระบบการเล่น และคงเตรียมหาวิธีแก้เกมมาแน่นอน ทำให้ไม่ง่ายอย่างที่คิดแน่

แต่ข้อได้เปรียบของเรา คือการได้ออกไปเยือนก่อนในเกมแรก ในวันที่ 14 ธันวาคม นี้ ก่อนที่จะกลับมาเปิดบ้านรับมือในวันที่ 17 ธันวาคม ซึ่งแน่นอนหากเราบุกไปโชว์ฟอร์มทำผลงานได้ดีในเกมแรก จะทำให้เกมในบ้านเราจะได้เปรียบแบบเต็มๆ แถมยังได้เสียงเชียร์จากแฟนๆในถิ่นหนุนหลังอีก

จากปูมหลังที่ผ่านมา ทีมชาติไทยของเรา เคยพบกับ อินโดนีเซีย ในเกมนัดชิงชนะเลิศ มาแล้ว 2 ครั้ง ปรากฏว่าเราเป็นฝ่ายชนะได้ทั้งหมด ซึ่งหนนี้จะเป็นการเผชิญหน้ากันแบบมีถ้วยแชมป์เป็นเดิมพันครั้งที่ 3

ซึ่งนอกเหนือจากตำแหน่งแชมป์ที่แฟนๆเฝ้ารอที่จะฉลองในบ้านแล้ว ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญ นั่นก็คือหากเราสามารถคว้าถ้วยแชมป์มาครองได้ เราจะสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ขึ้นอีกครั้ง ที่ยังไม่มีชาติใดสามารถทำได้ นั่นคือการเป็นแชมป์ และป้องกันแชมป์ไว้ได้เป็นครั้งที่ 2 ในรายการนี้

“ปีโป้” ซัดฉลองวันเกิด! “ช้างศึก” ถลุง “เมียนมา” 4-0 ลิ่วป้องแชมป์อาเซียน

"ปีโป้" ซัดฉลองวันเกิด! "ช้างศึก" ถลุง "เมียนมา" 4-0 ลิ่วป้องแชมป์อาเซียน

การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน ครั้งที่ 11 หรือ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016 รอบรองชนะเลิศ คู่สอง เลกสอง ทีมชาติไทย เปิดสนามราชมังคลากีฬาสถาน ต้อนรับการมาเยือนของ ทีมชาติเมียนมา

เลกแรกเป็นทัพช้างศึกบุกไปเอาชนะได้ก่อนถึงกรุงย่างกุ้ง 2-0 นัดนี้ขอแค่แพ้ไม่เกิน 1 ประตูก็จะเข้าชิงชนะเลิศกับทีมชาติอินโดนีเซียทันที

นาทีที่ 10 ไทยได้โอกาสก่อน ทริสตอง โด เติมมาทางขวาก่อนผ่านเข้ามาหน้ากรอบเขตโทษ แต่ ธีรศิลป์ แดงดา ยิงด้วยซ้ายบอลข้ามคานออกหลังไป

นาทีที่ 20 ไทยได้จังหวะอีกครั้งจากลูกเตะมุม ธีรศิลป์ โหม่งเข้ามาหน้าประตู ศราวุฒิ มาสุข ได้จิ้มจ่อๆหน้าประตูแต่บอลไปโดนคาน ก่อนถูกเคลียร์ออกไป

นาทีที่ 33 เจ้าบ้านทำเกมได้สวย ธีราทร บุญมาทัน เติมเกมขึ้นมาทางริมเส้นฝั่งซ้ายก่อนเปิดโด่งไปที่เสาสอง ศราวุฒิ มาสุข ทิ้วตัวโขกตุงตาข่ายไม่เหลือ ทีมชาติไทย ออกนำ 1-0

นาที 38 เมียนมาเกือบได้ประตูตีเสมอ ยาน อ่อง คยอ กองกลางกัปตันทีมได้ยิงหน้ากรอบ แต่ กวินทร์ ยังไม่พลาด บินปัดออกหลังได้สวย

ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมเปิดเกมบุกใส่กัน แต่ยังหาโอกาสยิงประตูไม่ได้ จบครึ่งแรก ไทยนำอยู่ 1-0

กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง นาทีที่ 49 เมียนมา เกือบได้ประตูตีเสมอ ตาน เปียง ได้บอลหลุดไปปั่นด้วยขวาบนเส้นเขตโทษ บอลพุ่งโค้งชนคานอย่างจัง

นาทีที่ 66 ช้างศึก มาได้ลูกจุดโทษจากจังหวะที่ ยาน อ่อง คยอ ไปถีบเข้าหน้าอกของ ศราวุฒิ มาสุข ล้มลงในเขตโทษ ผู้ตัดสินเป่าเป็นจุดโทษทันที และเป็น ธีราทร บุญมาทัน สังหารเข้าไปไม่พลาด ทีมชาติไทย นำห่าง 2-0

นาทีที่ 76 สิโรจน์ ฉัตรทอง ตัวสำรอง กระชากบอลเข้าเขตโทษก่อนซัดด้วยขวาเต็มข้อบอลพุ่งเสยเพดานเสาแรกเข้าไปอย่างเด็ดขาด ทีมชาติไทย หนีห่าง 3-0 และเป็นประตูแรกในนามทีมชาติของเจ้าตัว

นาทีที่ 83 ศราวุฒิ มาสุข ได้บอลในเขตโทษก่อนไหลเข้ากลางให้ ชนาธิป สรงกระสินธ์ วิ่งเข้าแปด้วยขวาเสียบเสาแรก ทีมชาติไทย นำห่างสุดกู่ 4-0

จบเกม “ทัพช้างศึก” ทีมชาติไทย เปิดบ้านถล่ม เมียนมา 4-0 รวมผลสองนัดผ่านเข้ารอบด้วยประตูรวม 6-0

ทีมชาติไทยผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศ กับ อินโดนีเซีย โดยจะแข่งแบบเหย้า-เยือน โดยเกมแรกจะบุกไปเยือนในวันพุธที่ 14 ธันวาคม และจะกลับมาเล่นในบ้านวันเสาร์ที่ 17 ธันวาคม ช่อง 7 สี ถ่ายทอดสดเช่นเดิม เวลา 19.00 น. ทั้ง 2 นัด

รายชื่อตัวจริงทีมชาติไทย (ระบบ 3-4-3) : กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ; อดิศร พรหมรักษ์, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, ประทุม ชูทอง ; ทริสตอง โด, ธีราทร บุญมาทัน ; สารัช อยู่เย็น, ปกเกล้า อนันต์ ; ชนาธิป สรงกระสินธ์, ศราวุฒิ มาสุข, ธีรศิลป์ แดงดา

ยังไง! แฉภาพ’ซิสเซ’เล่นคาสิโน หลังปฏิเสธใส่เสื้อ’วองก้า’

ยังไง! แฉภาพ'ซิสเซ'เล่นคาสิโน หลังปฏิเสธใส่เสื้อ'วองก้า'

ปาปิส เดมบา ซิสเซ ดาวยิงค่าย”สาลิกาดง”นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ทำเรื่องงามหน้าหลังถูกจับภาพได้ว่าโผล่ไปเล่นพนันกลางคาซิโนชื่อดัง ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เจ้าตัวเพิ่งบอยคอตต์ไม่ยอมใส่เสื้อแข่งที่มี”วองก้า”เป็นสปอนเซอร์คาดอกโดยอ้างว่าผิดหลักศาสนา…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ปาปิส เดมบา ซิสเซ ดาวยิงค่าย”สาลิกาดง”นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ทีมในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ กลายเป็นเป้าให้ถูกแฟนๆ โจมตี หลังถูกจับภาพได้ว่าโผล่ไปเล่นไพ่”แบล็คแจ็ค”ที่คาสิโนชื่อดังแห่งหนึ่ง ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เพิ่งบอยคอตต์ไม่ยอมใส่เสื้อแข่งที่มี”วองก้า”บริษัทเงินกู้ชื่อดังเป็นสปอนเซอร์คาดอกโดยอ้างว่าผิดหลักศาสนา

หัวหอกวัย 27 ปี เป็นหนึ่งในแข้งชาวมุสลิมที่ยืนยันเสียงแข็งว่าไม่ต้องการที่จะใส่เสื้อทีม ที่ได้บริษัทเงินกู้มาเป็นสปอนเซอร์คาดอก โดยอ้างว่าผิดหลักศาสนาที่ตนนับถือจนถึงขั้นมีข่าวว่าจะขอแยกทางกับสโมสร

ทว่าล่าสุดก็ได้มีแฟนบอลรายหนึ่งโพสต์ภาพแข้งดังรายนี้ขณะกำลังนั่งเล่นไพ่อยู่ใน”แอสเปอร์ส คาสิโน”ผ่านทางทวิตเตอร์ซึ่งการเล่นพนันก็นับว่าเป็นสิ่งต้องห้ามของศาสนาอิสลามเช่นกัน

แอนดรูว แม็คแนลลี แฟนบอลสาลิกาที่อ้างว่าเป็นเจ้าของภาพถ่ายดังกล่าวระบุว่า”ซิสเซ แทงพนันที่ตาละ 10 กับ 20 ปอนด์ (ราว 500-1,000 บาท) ด้วยชิพมูลค่า 5 ปอนด์เท่านั้น มีคนหลายคนบอกว่าเขาเจอ ซิสเซ ที่นี้ แต่เขากลับปฏิเสธที่จะใส่เสื้อที่มี วองก้า คาดอก”

“สำหรับผมมันดูเหมือนว่าเขาต้องการจะหาเรื่องย้ายทีมมากกว่า เพราะทีมจากรัสเซียอย่าง อันชิสนใจเขาอยู่และเขารู้ว่าจะมีรายได้ที่สูงกว่าหากย้ายไป แฟนบอลนิวคาสเซิลต่างก็คิดเหมือนกับผมนะ”

แบนตลอดชีพ

      ไม่มีความเห็น บน แบนตลอดชีพ

แบนตลอดชีพ

กลายเป็นข่าวฮือฮาเลยทีเดียวสำหรับ “เบน แอฟเฟล็ค” ดาราและผู้กำกับฮอลลีวูดตุ๊กตาทองชื่อดัง หลังถูกบ่อนคาสิโนฮาร์ด ร็อก ลาสเวกัส แบนถาวร ห้ามเล่นไพ่แบล็กตลอดชีพ

ไม่ใช่เพราะโกงหรืออะไรทั้งสิ้น แต่เป็นเพราะเจ้าตัวฝีมือชั้นเซียนเกินไป ใช้ช่องโหว่ของกติกาที่เรียกว่า “เคาน์ติ้ง” นับจดจำไพ่ในสำรับจำนวนหลายร้อยใบ คาดเดาความน่าจะเป็นว่าใบที่เจ้ามือจั่วต่อมาจะเป็นอะไร

เห็นเป็นดาราหน้าหยก ภาพลักษณ์สวยมาตลอด ก็ไม่น่าเชื่อว่าจะมีทักษะในด้านนี้กับเขาด้วย โดยแหล่งข่าวคนใกล้ชิดเปิดเผยว่า เบนเป็นนักเล่นไพ่มือโปรมานานแล้ว และเมื่อปี 2544 เคยชนะเงินจากคาสิโน (ฮาร์ด ร็อก) ไปถึง 25.6 ล้านบาท หลังแทงไพ่แบล็กแจ็กถูกเป๊ะๆทีเดียว 3 ขารวด!!!

มาเล่นคราวนี้ เจ้าตัวเลยถูก รปภ.มาเชิญออกไปจากโต๊ะ จัดหารถส่งตัวกลับห้องไปนอนเสีย

แต่ก็นะ..คาสิโนในลาสเวกัสมีเป็นร้อย… มีหรือจะหยุดเทพเบนอยู่!?